ความรู้เรื่องแพทย์แผนจีน


  • การตรวจประเมินและวินิจฉัยด้วยวิธี ชื่อ เจิ่น ปา กัง คือ
       การซักถาม คือสอบถามอาการจากผู้ป่วย เช่น อาการเจ็บปวด บริเวณที่เจ็บปวด อาการอื่น ๆ เช่นเครียด นอนไม่หลับ ท้องผูก และระยะเวลาที่เป็น
       การดู คือการดูสภาพร่างกายโดยทั่วไป เช่นดูสีหน้า ลักษณะและสีของลิ้น ดวงตา ใบหู มือ เท้า เล็บ การหายใจ ฯลฯ
       การฟัง คือการตรวจสภาพร่างกายจากการฟัง เสียงพูด เสียงลมหายใจ การจับชีพจร เพื่อสัมผัสกับการเต้นของหลอดเลือดที่มือ และตรวจประเมินระบบการทำงานของร่างกายว่ามีความผิดปกติหรือไม่

  • การรักษาในแบบแผนจีน              จะรักษาด้วยวิธีการฟื้นฟูองค์รวมของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมรักษาตัวเองได้ เมื่อตรวจประเมินอาการของผู้ป่วยแล้ว ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพ และอาการของผู้ป่วย เช่น ประคบยาสมุนไพรจีน ครอบแก้ว รีดเส้นลมปราณ จัดกระดูก ฝังเข็ม และยาสมุนไพร (นำเข้าจากเมืองจีน)

  • ร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วย สิ่งที่มีตัวตน และสิ่งที่ไม่มีตัวตน
                ทั้งสองสิ่งนี้ประกอบกันถึงจะเป็นร่างกายมนุษย์ เมื่อระบบของสิ่งไม่มีตัวตนทำงานบกพร่อง หรือผิดปกติไป ก็จะส่งผลต่อระบบของสิ่งที่มีตัวตน ทำให้เกิดการเจ็บป่วยตามมาได้ แต่เมื่อไรที่เราหันมาใส่ใจ และให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนบ้างแล้ว ก็จะสามารถป้องกันและลดอากาต่างๆ ที่จะเกิดกับสิ่งที่มีตัวตนได้ ลดอาการเจ็บปวดต่าง ๆ ตามร่างกายได้มากขึ้น

  • สิ่งที่มีตัวตน              เป็นสิ่งที่จับต้องได้ มองเห็นได้ เช่น เลือด และอวัยวะต่าง ๆในร่างกายเช่น ปอด หัวใจ ม้าม แขน ขา เมื่อมีการเจ็บป่วยกรือเกิดอาการผิดปกติขึ้นในร่างกาย ผู้ป่วยมักจะไปพบแพทย์แผนปัจจุบัน โดยจะได้รับการตรวจด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น ตรวจเลือด, ตรวจปัสสาวะ, X-ray, CT Scan, MRI เป็นต้น

  • สิ่งที่ไม่มีตัวตน              อาจจะไม่สามารถจับต้องได้โดยตรง อาจจะมองไม่เห็น เป็นสิ่งที่ทุกคนมักมองข้าม และมักไม่ให้ความสำคัญ เช่น ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ พลังงานไฟฟ้าของเส้นประสาท พลังงานไฟฟ้าของหัวใจ ระบบการขนส่งเลือด และพลังลมปราณ เป็นต้น เมื่อระบบเหล่านี้บกพร่องไป และเกิดการสะสมนาน ๆ โดยที่ไม่ได้รับการตรวจประเมิน และรักษา ก็จะส่งผลไปถึงระบบของสิ่งที่มีตัวตนต่อไป ตัวอย่างของอาการที่เกิดจากสิ่งไม่มีตัวตนบกพร่อง คือปวดหัว ไมเกรน อ่อนเพลีย มือเท้าเย็น หายใจไม่สะดวก หายใจไม่มีแรง นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ปัสสาวะบ่อย เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ กรดไหลย้อน ภูมิแพ้ ฯลฯ

  • สาระความรู้เรื่องแพทย์แผนจีน              ในร่างกายเรานั้น นอกจากอวัยวะหลักทั้ง 5 คือ หัวใจ ตับ ไต ม้าม และปอดแล้ว ยังมีระบบหมุนเวียนโลหิตและลมปราณ (ขี่) ที่มีความสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดี มีคำกล่าวที่ว่า ปวดคือไม่โล่ง หมายถึงมีการติดขัดของระบบหมุนเวียนในร่างกาย เช่นผู้ที่มีอาการปวดขา ปวดแขน และอาจมีอาการชาร่วมด้วย เนื่องมาจากระดูกสันหลังทับเส้นประสาทช่วงเอว หรือช่วงคอ
                หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กระดูกสันหลังทับเส้นประสาท คือร่างกายมีความเสื่อมเนื่องจากระบบหมุนเวียนโลหิตและลมปราณบกพร่อง เลือดที่ไหลเวียนไปตามส่วนต่าง ๆ ทำหน้าที่นำพาสารอาหารไปหล่อเลี้ยงและซ่อมแซมอวัยวะที่สึกหรอ ควบคู่กับระบบลมปราณที่ทำให้เซลสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้ (สองระบบต้องทำงานควบคู่กัน) เมื่อระบบหมุนเวียนบกพร่อง การซ่อมแซมไม่ดี จึงเกิดความเสื่อมขึ้น เมื่อกระดูกสันหลังเสื่อมมากถึงจุดหนึ่ง ทำให้เบียดทับเส้นประสาท เกิดอาการปวด หรือชาได้
                ในการดูแลสุขภาพ ควรจะทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตและลมปราณเป็นปรกติ เลือดสามารถนำพาสารอาหารไปหล่อเลี้ยง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ เราจึงจะมีสุขภาพที่ดี ปราศจากโรค

  • ความเครียดทำให้สุขภาพเสื่อมเร็ว              ถ้าเปรียบร่างกายเหมือนเมืองหนึ่งเมือง สมองเปรียบเหมือนเจ้าเมืองปกครองเมือง ถ้าเจ้าเมืองสั่งการผิดเพี้ยน การบริหารบ้านเมืองก็จะรวนไปด้วย ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ระบบการสั่งงานของสมองไม่เต็มร้อย ส่งผลให้การผลิตสารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ เช่น ฮอร์โมน, สารอาหาร ในปริมาณที่ มากหรือน้อยเกินไป หรืออาจไม่ผลิตเลยก็ได้ หรืออาจทำให้การสร้างเซลผิดเพี้ยนได้ การที่อวัยวะต่าง ๆในร่างกายได้รับฮอร์โมนหรือสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เกิด การเสื่อมขึ้น และส่งผลให้มีการเจ็บป่วยต่าง ๆ
                 การดำเนินชีวิตในปัจุบัน เราคงหลีกเลี่ยงความเครียดได้ยาก หรือบางครั้งความเครียดอาจมาจากการเจ็บป่วยของร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว เช่นคนที่มีพิษสะสมใน ตับมากจะทำให้มีอาการหงุดหงิด โมโหง่าย เครียดง่าย
              การแพทย์แผนจีนมีวิธีการฟื้นฟูระบบการทำงานที่ผิดเพี้ยนไปให้กลับสู่สมดุลย์ โดยการตรวจประเมินอาการ หาส่วนที่บกพร่อง และรักษาโดยการฝังเข็ม ที่จะช่วยในการปรับสมดุลย์หยิน-หยาง การจ่ายยาสมุนไพรจีน (ยาต้ม)ให้ตามอาการและสภาพร่างกายแต่ละคน

  • สวย และ สุขภาพดี              ผู้หญิงกับความสวยเป็นของคู่กัน สวยพร้อมกับมีสุขภาพดี น่าจะเป็นความปราถนาของผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด เมื่ออายุมากขึ้นก็มักจะมีปัญหาสุขภาพไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง

  • ตัวอย่างปัญหาสุขภาพที่พบในผู้หญิง              1) ฝ้า ซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของความสวย เกิดได้จากการมีเลือดคั่งในรังไข่และมดลูก ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายขับเลือดออกมาไม่หมดจากการมีประจำเดือน หรือ การคลอดลูก มีตัวอย่างการรักษาคนไข้หญิงอายุประมาณ 70 ปี หลังจากรักษาโดยการฝังเข็มและยาสมุนไพรจีน (ยาต้ม) มีลิ่มเลือดสีดำคล้ำออกมาคล้ายมีประจำเดือน ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการขับเลือดเสียที่ค้างอยู่ออกมา และในรายที่เป็นฝ้า หลังจากฝังเข็มและรับประทานยาต้มแล้ว ฝ้าจะค่อย ๆ จางลง ซึ่งเป็นผลมาจากระบบรังไข่และ มดลูกทำงานดีขึ้น ขับเลือดที่ค้างอยู่ออกมา
                 2) ปวดหัว ไมเกรน แบบที่เกิดมาจากเลือดน้อย ระบบหมุนเวียนโลหิตและลมปราณไม่ดี รักษาได้โดยการฝังเข็มและรับประทานยาสมุนไพรจีน (ยาต้ม) เพื่อบำรุงเลือด และเพิ่มการหมุนเวียน
                 3) อารมณ์แปรปรวน ปวดและมึนศีรษะ แบบที่มาจากระบบลมปราณตับไม่ดี รักษาโดยการฝังเข็ม และการรับประทานยาสมุนไพรจีน (ยาต้ม) เพื่อล้างพิษตับ ลดความกดดันและเพิ่มระบบหมุนเวียนในสมอง

  • ครอบแก้ว 拔火罐              เป็นวิธีการรักษาที่ใช้กันมานานในประเทศจีน โดยมีมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการคิดค้นกระดาษขึ้นมาใช้ ในยุคแรกนั้นมีการใช้ใบไม้จุดไฟเพื่อไล่อากาศออกจากกระบอกไม้ไผ่ และครอบลงไปในจุดที่ต้องการรักษา ประโยชน์ของการครอบแก้ว
                
                 - เพื่อกระตุ้นเส้นลมปราณให้ทำงานดีขึ้น
                - ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
                - ช่วยกระตุ้นร่างกายให้ซ่อมแซมอวัยวะที่สึกหรอ
                - คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด
                - ดูดพิษออกจากร่างกาย
                - และอื่นๆ เช่น ดูดหนอง ดูดเลือดคั่ง
                ตัวอย่างอาการที่ใช้การรักษาแบบครอบแก้ว ปวดศีรษะ ไมเกรน อาการปวดในจุดต่าง ๆ เช่น คอ บ่า ไหล่ หลัง เอว เข่า ข้อมือ ฯลฯ อาการชา โรคปวดจากลมและความชื้นที่คลินิกยังมีการรักษาอื่น ๆ เช่น ฝังเข็ม จัดกระดูก ยาสมุนไพรจีน โดยแพทย์จีนจะทำการตรวจประเมิณอาการและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมในแต่ละบุคคลและอาการ



  • แพทย์แผนจีนกับอายุวัฒนะ              อายุวัฒนะคือ ความเจริญอายุ หรือการมีอายุที่ยืนยาว ทำอย่างไรเราถึงจะมีความเจริญอายุ ในทางการแพทย์แผนจีน เน้นแนวทางในรักษาดูแลสุขภาพและอวัยวะภายในให้ดีอยู่เสมอ ทำให้ไม่เกิดการเจ็บป่วย ลดการเสื่อมของอวัยวะภายในต่างๆของร่างกาย
                การบำรุงรักษา และฟื้นฟูให้อวัยวะแข็งแรงอยู่เสมอ ทำให้การสร้างเซลล์ขึ้นมาเพื่อรักษาตนเอง เป็นไปอย่างปกติ และต่อเนื่อง อาการผิดปกติของร่างกาย เช่น ความดันสูง ความดันต่ำ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก เหนื่อยง่าย และอาการอื่นๆอีกมากมาย เป็นการบ่งบอกถึงความเสื่อมของร่างกาย
                เมื่อมีความเสื่อมเกิดขึ้น ควรหาสาเหตุ และรักษาให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว การปล่อยทิ้งไว้ให้มีอาการเพิ่มขึ้น หรือรุนแรงขึ้น จะทำให้การรักษาฟื้นฟู ทำได้ยากและใช้เวลานานขึ้น